PARP-RIDER CENTRE
ยินดีต้อนรับสู่ ห้องเรียน parp-rider จ้า

สำหรับ ปี 2553 นี้
พวกเราก็ขอ ให้ทุกท่านมีความสุขไปตลอดปี คิดสิ่งใดสมปรารถนา
ทางเว็บไซต์ ก็จะพยายามหาความรู้ ดีๆ มาฝากอยู่เสมอๆนะคะ
สำหรับตอนนี้เราก็เปลี่ยนธีมใหม่ ไฉไลกว่าเดิมแล้วขอเชิญติชมได้เลยนะคะ
รับสมัครทีมงาน
http://parp-rider.nsguru.com/posting.forum

DR_Pick/ผู้อำนวยการปาร์ปไรเดอร์

PARP-RIDER CENTRE

ศุนย์รวมความรู้ ข่าวสารการศึกษา สำหรับทุกเพศทุกวัย
 
บ้านบ้าน  PortalPortal  CalendarCalendar  GalleryGallery  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)  
Latest topics
Navigation
 Portal
 Index
 รายชื่อสมาชิก
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)
 ช่วยเหลือ
 ค้นหา
Forum
Affiliates
free forum

Poll
คุณพอใจกับธีมใหม่ไหม?
1.พอใจ
37%
 37% [ 255 ]
2.เฉยๆ
25%
 25% [ 174 ]
3.ไม่พอใจ
37%
 37% [ 255 ]
คะแนนทั้งหมด : 684
clock

Share | 
 

 พุทธประวัติ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DR_Pick
ท่านผู้อำนวยการ
ท่านผู้อำนวยการ
avatar

จำนวนข้อความ : 485
หน่วยกิต : 1003613
ระดับชั้น : 0
Join date : 23/08/2009
: 24
ที่อยู่ : สยามประเทศ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: พุทธประวัติ   Thu Aug 27, 2009 6:46 pm

เอาแบบ คร่าวๆ ไปก่อนแล้วกันจะ
ตามความเข้าใจนะ

พระพุทธเจ้า เป็นบุตรในพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัตร์ แคว้นสักกะและ พระนางสิริมหามายา พระราชธิดาของกษัตริย์ราชสกุลโกลิยวงศ์แห่งกรุงเทวทหะ แคว้นโกลิยะพระมเหสี ก่อนที่พระนางจะทรงครรภ์ ได้ทรงพระสุบินว่า ได้พบเหล่าเทวดา และช้างเผือกเชือกสง่างาม มาถวายดอกบัวและคำนับให้ เมื่อทรงตื่นก็ได้ให้โหรทำนาย และบอกว่าจะได้ อภิชาตบุตร

เจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติเมื่อ 80 ปีก่อนพุทธศักราช ที่สวนลุมพินีวัน ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งอยู่ระหว่างพรมแดนกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ(ปัจจุบันคือ ต.รุมมินเด ประเทศเนปาล) ได้มีพราหมณ์ทั้ง 8 ได้ทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีลักษณะเป็นมหาบุรุษ คือ ถ้าดำรงตนในฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่โกณฑัญญะพราหมณ์ผู้อายุน้อยที่สุดในจำนวนนั้น ยืนยันหนักแน่นว่า พระราชกุมารสิทธัตถะจะเสด็จออกบวชและจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน
ทันทีที่ประสูติ ทรงดำเนินด้วยพระบาท 7 ก้าว มีดอกบัวผุดรองรับ ทรงเปล่งพระวาจาว่า "เราเป็นเลิศที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา"

หลังประสูติได้ 7 วัน พระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์ เหล่าโหรทั้งหลาย ได้ทำนายทายทักว่า หากทรงเป็นกษัตริย์ก็จะเป็นมหาราช แต่หากออกผนวชจะเป็นศาสดาเอก แต่โหรนาม "อัญญา โกณทัญญะ กลับบอกว่า ต้องได้เป็นศาสดาเอกแน่นอน"จึงทรงอยู่ในความดูแลของพระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา ศึกษาเล่าเรียนจนจบระดับสูงของการศึกษาทางโลกในสมัยนั้น ค์อ ศิลปศาสตร์ถึง 18 ศาสตร์ ในสำนักครูวิศวามิตรพระบิดาไม่ประสงค์จะให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นศาสดาเอก จึงพยายามให้สิทธัตถะพบแต่ความสุขทางโลก เช่น สร้างปราสาท 3 ฤดู และเมื่ออายุ 16 ปี ได้ให้เจ้าชายสิทธัตถะอภิเษกกับนางพิมพาหรือยโสธรา ผู้เป็นพระธิดาของพระเจ้ากรุงเทวทหะซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระมารดา
เมื่อมีพระชนมายุ 29 ปี พระนางพิมพาก็ให้ประสูติ ราหุล (บ่วง) เมื่อทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณตามลำดับ จึงทรงคิดว่าชีวิตของทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ จึงเกิดแนวความคิดว่าธรรมดาในโลกนี้มีของคู่กันอยู่ เช่น มีร้อนก็ต้องมีเย็น , มีทุกข์คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ต้องมีที่สุดทุกข์ คือ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายทรงเห็นความสุขทางโลกเป็นเพียงมายา ความสุขในกามคุณเป็นความสุขจอมปลอม เป็นเพียงภาพมายาที่ ชวนให้หลงว่าเป็นความสุขเท่านั้น ในความจริงแล้วไม่มีความสุข ไม่มีความเพลิดเพลินใดที่ไม่มีความทุกข์เจือปนวิถีทางที่จะพ้นจากความทุกข์ของชีวิตเช่นนี้ได้ หนทางหลุดพ้นจากวัฏสงสาร จะต้องสละเพศผู้ครองเรือนเป็นสมณะ
สิ่งที่ทรงพบเห็นเรียกว่า ""เทวทูต(ทูตสวรรค์)"" จึงตัดสินพระทัยทรงออกผนวช ในวันที่พระราหุลประสูติเล็กน้อย พระองค์ทรงม้ากัณฐกะออกผนวช มีนายฉันทะตามเสด็จ โดยมุ่งตรงไปที่แม่น้ำอโนมานที ทรงตัดพระเกศา และเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นผ้ากาสาวพักตร์ (ผ้าย้อมด้วยรสฝาดแห่งต้นไม้) ทรงเปลื้องเครื่องทรงมอบให้นายฉันนะนำกลับพระนคร การออกบวชครั้งนี้เรียกว่า การเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (การเสด็จออกเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่)
หลังจากทรงผนวชแล้ว จึงทรงมุ่งไปที่แม่น้ำคยา แคว้นมคธ เพื่อค้นคว้าทดลองในสำนักอาฬารดาบส กาลามโครตร และอุทกดาบส รามบุตร เมื่อเรียนจบทั้งสองสำนัก (บรรลุฌาณชั้นที่แปด) ก็ทรงเห็นว่าไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ตามที่มุ่งหวังไว้

จากนั้นจึงเสด็จไปที่แม่น้ำเนรัญชรา ในตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (ปัจจุบันนี้สถานที่นี้เรียกว่า ดงคศิริ) เมื่อบำเพ็ญทุกรกิริยา โดยขบฟันด้วยฟัน กลั้นหายใจและอดอาหาร หลังจากทดลองมา 6 ปี ก็ยังไม่พบทางพ้นทุกข์ จึงทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา หันมาบำรุงพระวรกายโดยปกติตามพระราชดำริว่า ""เหมือนสายพิณควรจะขึงพอดีจึงจะได้เสียงที่ไพเราะ"" ซึ่งพระอินทร์ได้เสด็จลงมาดีดพิณถวาย พิณสายหนึ่งขึงไว้ตึงเกินไป พอถูกดีดก็ขาดผึงออกจากกัน จึงพิจารณาเห็นทางสายกลางว่า เป็นหนทางที่จะนำไปสู่พระโพธิญาณได้ ระหว่างที่ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ปัญจวัคคีย์ (โกญฑัญญะ วัปปะ ภัททิยา มหานามะ อัสสชิ) มาคอยปรนนิบัติพระองค์โดยหวังว่าจะทรงบรรลุธรรมวิเศษ เมื่อพระองค์เลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา ปัญจวัคคีย์จึงหมดศรัทธา พากันไปอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี (ต.สารนาถ)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://parp-rider.nsguru.com
DR_Pick
ท่านผู้อำนวยการ
ท่านผู้อำนวยการ
avatar

จำนวนข้อความ : 485
หน่วยกิต : 1003613
ระดับชั้น : 0
Join date : 23/08/2009
: 24
ที่อยู่ : สยามประเทศ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: พุทธประวัติ   Thu Aug 27, 2009 6:52 pm

ขณะมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ในวันที่พระองค์ตรัสรู้ นางสุชาดาได้ถวายข้าวมธุปายาส(หุงด้วยนม) ใต้ต้นไทร เมื่อเสวยเสร็จแล้วทรงลอยถาดทองในแม่น้ำเนรัญชรา ทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า ...
"“ถ้าอาตมาจะได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณแล้ว ขอให้ถาดนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ”" ถาดทองนั้นลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ๑ เส้น แล้วก็จมลงตรงนาคภพพิมานแห่งพญากาฬนาคราช พระองค์ทรงโสมนัสและแน่พระทัยว่าจะได้ตรัสรู้ เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า โดยหาความสงสัยมิได้
ในเวลาเย็นโสตถิยะให้ถวายหญ้าคา 8 กำมือ ปูลาดเป็นอาสนะ ณ โคนใต้ต้นโพธิ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา (ปัจจุบันคือ ต.พุทธคยา ประเทศอินเดีย)
ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ว่าจะบรรลุโพธิญาณ ประทับหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก
ทรงบรรลุรูปฌาณทั้ง 4 ชั้น แล้วใช้สติปัญญาพิจารณาจนเกิดความรู้แจ้ง คือ
1.) เวลาปฐมยาม ทรงได้ปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ ความรู้เป็นเหตุให้ระลึกชาติได้
2.) เวลามัชฌิมยาม ทรงได้จุตูปปาตญาณ(ทิพยจักษุญาณ)คือรู้เรื่องเกิด-ตายของสัตว์ทั้งหลายว่า เป็นไปตามกรรมที่ตนกระทำไว้
3.) เวลาปัจฉิมยาม ทรงได้ อาสวักขยญาณ คือ ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะหรือกิเลส หมายถึง ตรัสรู้อริยสัจ4 อาสวักขยญาณ ที่ทรงได้ทำให้ทรงพิจารณาถึงขันธ์ 5 และใช่แห่งความเป็นเหตุที่ เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท อันเป็นต้นทางให้เขาถึงอริยสัจ เมื่อพระองค์ทรงรู้เห็นแล้ว จึงละอุปาทานและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว ได้พิจารณาธรรมที่พระองค์ตรัสรู้เป็นเวลา 7 สัปดาห์ ทรงเห็นว่าพระธรรมที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุมคัมภีรภาพ ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฏิบัติได้ ทรงเกิดความท้อพระทัยว่าจะไม่แสดงธรรมโปรดมหาชน ต่อมาท่านได้ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว ๔ เหล่า ดังนั้นแล้วจึงดำริที่จะแสดงธรรมเพื่อมวลมนุษยชาติต่อไป

จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ ระลึกอาฬารดาบสและอุททกดาบสว่า มีกิเลสเบาบางสามารถตรัสรู้ได้ทันที แต่ท่านทั้ง 2 ได้ตายแล้ว จึงทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ (ประกอบด้วย พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม และพระอัสสชิ) จึงเสด็จไปที่ป่าอิสปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ปัจจุบันคือสารนาถ เมืองพาราณสี ในวันขึ้น 15 เดือน 8 จึงทรงปฐมเทศนา " ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (แปลว่าสูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรมให้เป็นไป)"
ซึ่งใจความ 3 ตอน คือ
1. ทรงชี้ทางผิดอันได้แก่กามสุขัลลิกานุโยค(การประกอบตนให้ชุ่มอยู่ด้วยกาม) และอัตตกิลมถานุโยค(การทรมานตนให้ลำบาก) ว่าเป็นส่วนสุดที่บรรพชิตไม่ควรดำเนิน แต่เดินทางสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์แปด เป็นไปเพื่อพระนิพพาน
2. ทรงแสดงอริยสัจ 4 โดยละเอียด
3.ทรงปฏิญญาว่าทรงตรัสรู้พระองค์เอง และได้บรรลุธรรมวิเศษแล้ว
โกญฑัญญะเป็นผู้ได้ธรรมจักษุก่อน เกิดความเข้าใจแจ่มแจ้งตามสภาพเป็นจริงว่า
"ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ "
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดขึ้นเป็นธรรม " สิ่งนั้นทั้งหมดมีดับเป็นธรรมดา"
จึงได้อุปสมบทเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทาองค์แรก
หลังจากปัญจวัคคีย์อุปสมบทแล้ว พุทธองค์จึงทรงเทศน์ อนัตตลักขณสูตร ปัญจวัคคีย์จึงสำเร็จเป็นอรหันต์
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://parp-rider.nsguru.com
OBEY
ครูใหญ่
ครูใหญ่
avatar

จำนวนข้อความ : 219
หน่วยกิต : 3225
ระดับชั้น : 0
Join date : 26/08/2009
: 23
ที่อยู่ : World

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: พุทธประวัติ   Thu Aug 27, 2009 7:43 pm

ดีๆ เหมาะให้เดฤกๆ อ่าน

พวกเราองอ่านใหญ่เรย 555

จะได้บรรลุธรรม กร๊ากๆๆๆ

กระทู้นี้ ใช้ได้ lol!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
DR_Pick
ท่านผู้อำนวยการ
ท่านผู้อำนวยการ
avatar

จำนวนข้อความ : 485
หน่วยกิต : 1003613
ระดับชั้น : 0
Join date : 23/08/2009
: 24
ที่อยู่ : สยามประเทศ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: พุทธประวัติ   Sat Aug 29, 2009 3:37 am

อ่านแล้ว สำเนียกด้วยนะ
อิอิ

ปล. ^^ ทำความดีละเว้นความชั่ว และอย่าลืมเดินทางสายกลางจ้า
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://parp-rider.nsguru.com
EarthZhaoyun
เด็กใหม่
เด็กใหม่
avatar

จำนวนข้อความ : 14
หน่วยกิต : 2991
ระดับชั้น : 0
Join date : 26/08/2009
: 24
ที่อยู่ : บนโลก

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: พุทธประวัติ   Sun Aug 30, 2009 9:55 pm

ขอบคุณมากขอรับ

อันนี้ต้องศึกษา

ดีเยี่ยมๆ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
DR_Pick
ท่านผู้อำนวยการ
ท่านผู้อำนวยการ
avatar

จำนวนข้อความ : 485
หน่วยกิต : 1003613
ระดับชั้น : 0
Join date : 23/08/2009
: 24
ที่อยู่ : สยามประเทศ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: พุทธประวัติ   Sun Aug 30, 2009 9:58 pm

*0*

ใครเคยอ่านการ์ตูนชุดพุทธประวัติมั่ง

ชอบมากๆ เลย ยิ่งตอนพระอานนท์น่ะ
อ่านแล้วจะซึ้งมาก
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://parp-rider.nsguru.com
 
พุทธประวัติ
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1
 Similar topics
-
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
PARP-RIDER CENTRE :: 5 วิชามาร :: ซาตานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม-
ไปที่: